
ในการบริหารงานผลิตสินค้า หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่โรงงานและธุรกิจการผลิตต้องมีคือ BOM (Bill of Materials) ซึ่งเปรียบเสมือนสูตรหรือรายการส่วนประกอบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตสินค้าแต่ละชิ้น หากไม่มี BOM ที่ถูกต้อง อาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านต้นทุน สต็อกวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตได้
บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักว่า BOM คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเหตุใดระบบ ERP จึงมักมีฟังก์ชัน BOM เป็นส่วนสำคัญในการบริหารงานผลิต
BOM คืออะไร
BOM หรือ Bill of Materials คือรายการวัตถุดิบ ชิ้นส่วน อุปกรณ์ และส่วนประกอบทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการผลิตสินค้า 1 หน่วย พร้อมระบุจำนวนที่ต้องใช้ในแต่ละรายการ
BOM เปรียบเสมือน “สูตรการผลิต” ที่บอกว่าต้องใช้วัสดุอะไรบ้าง ใช้จำนวนเท่าใด และมีความสัมพันธ์กันอย่างไรในกระบวนการผลิต
ตัวอย่างเช่น การผลิตโต๊ะไม้ 1 ตัว อาจมี BOM ดังนี้
- แผ่นไม้ 1 แผ่น
- ขาโต๊ะ 4 ชิ้น
- สกรู 16 ตัว
- สีเคลือบไม้ 0.5 ลิตร
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ในการคำนวณต้นทุน การวางแผนการผลิต และการบริหารสต็อกวัตถุดิบ
BOM มีความสำคัญอย่างไร
1. ช่วยวางแผนการผลิต
BOM ช่วยให้ฝ่ายผลิตทราบว่าต้องเตรียมวัตถุดิบและชิ้นส่วนอะไรบ้างก่อนเริ่มผลิต ลดปัญหาวัตถุดิบขาดระหว่างการผลิต
2. คำนวณต้นทุนสินค้าได้แม่นยำ
เมื่อระบบทราบปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแต่ละหน่วย จะสามารถคำนวณต้นทุนสินค้าได้อย่างถูกต้อง
3. ควบคุมสต็อกวัตถุดิบ
ทุกครั้งที่มีการผลิต ระบบสามารถตัดสต็อกวัตถุดิบตาม BOM ได้อัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลคงคลังมีความแม่นยำมากขึ้น
4. ลดความผิดพลาดในการผลิต
พนักงานสามารถอ้างอิง BOM เป็นมาตรฐานเดียวกัน ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการใช้วัตถุดิบไม่ถูกต้องหรือใช้ปริมาณไม่ตรงตามมาตรฐาน
5. รองรับการขยายกำลังการผลิต
เมื่อมีคำสั่งผลิตจำนวนมาก ระบบสามารถคำนวณความต้องการวัตถุดิบทั้งหมดจาก BOM ได้ทันที
ประเภทของ BOM
Engineering BOM (EBOM)
จัดทำโดยฝ่ายวิศวกรรมหรือฝ่ายออกแบบ เพื่อกำหนดโครงสร้างและส่วนประกอบของสินค้า
Manufacturing BOM (MBOM)
ใช้ในกระบวนการผลิตจริง โดยระบุวัตถุดิบ เครื่องมือ และขั้นตอนที่จำเป็นในการผลิต
Sales BOM
ใช้สำหรับงานขายหรือการจัดชุดสินค้า โดยรวมสินค้าหลายรายการเข้าเป็นชุดเดียว
BOM ในระบบ ERP
ระบบ ERP สำหรับโรงงานและธุรกิจการผลิตมักมีโมดูล BOM เพื่อช่วยบริหารจัดการข้อมูลการผลิตแบบครบวงจร โดยสามารถ
- กำหนดสูตรการผลิตสินค้า
- คำนวณต้นทุนวัตถุดิบอัตโนมัติ
- วางแผนการผลิต (Production Planning)
- คำนวณความต้องการวัตถุดิบ (MRP)
- ตัดสต็อกวัตถุดิบอัตโนมัติ
- วิเคราะห์ต้นทุนการผลิตจริงเทียบกับต้นทุนมาตรฐาน
เมื่อ BOM เชื่อมต่อกับระบบ ERP ทุกแผนกจะสามารถใช้ข้อมูลเดียวกัน ตั้งแต่ฝ่ายจัดซื้อ คลังสินค้า ฝ่ายผลิต ไปจนถึงฝ่ายบัญชี
ตัวอย่างการใช้งาน BOM
สมมติว่าบริษัทผลิตเก้าอี้สำนักงาน
การผลิตเก้าอี้ 1 ตัว ประกอบด้วย
- โครงเหล็ก 1 ชุด
- เบาะนั่ง 1 ชิ้น
- พนักพิง 1 ชิ้น
- ล้อเลื่อน 5 ชิ้น
- สกรู 12 ตัว
หากได้รับออเดอร์ 500 ตัว ระบบ ERP จะคำนวณทันทีว่าต้องใช้วัตถุดิบแต่ละรายการจำนวนเท่าใด พร้อมตรวจสอบสต็อกคงเหลือ และสร้างใบสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติมได้อัตโนมัติ
สรุป
BOM หรือ Bill of Materials คือหัวใจสำคัญของการบริหารงานผลิต ช่วยกำหนดรายการวัตถุดิบและส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตสินค้าแต่ละชนิด ทำให้สามารถวางแผนการผลิต ควบคุมสต็อก และคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำ
สำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การนำระบบ ERP ที่รองรับ BOM มาใช้งานจะช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล และทำให้การบริหารงานผลิตเป็นระบบมากยิ่งขึ้น